
ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร? อ่านฉลากอาหารสัตว์ให้เข้าใจก่อนเลือกให้สัตว์เลี้ยง
ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ
เมื่ออ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง คำว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” (Animal By-products) มักสร้างความสงสัยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลเสมอไป
ผลพลอยได้จากสัตว์ คือชิ้นส่วนที่เหลือจากการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อมนุษย์ เช่น เครื่องใน (ตับ, ไต, ปอด), หัวใจ หรือกระดูก (ปาก, เล็บ , จงอย, ขน) ซึ่งไม่ใช่เนื้อส่วนกล้ามเนื้อ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกนำมาแปรรูปเป็นแหล่งโปรตีนเข้มข้นในอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็น
การเลือกอาหารจึงไม่ได้ดูแค่ชื่อวัตถุดิบ แต่ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา มาตรฐานการผลิต และความชัดเจนของฉลาก เพื่อให้มั่นใจว่าสุนัขหรือแมวจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว
สารบัญเนื้อหา
- ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร?
- ผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลเสียจริงหรือไม่?
- ผลพลอยได้จากสัตว์ ต่างจากเนื้อสดและเนื้อป่นอย่างไร?
- วิธีอ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจ
- อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์เหมาะสำหรับใครบ้าง
- No Animal By-product ดีกว่าเสมอไหม?
- พลิกฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง: มาตรฐานวัตถุดิบที่ปลอดภัยและชัดเจน
- บทสรุป
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลพลอยได้จากสัตว์
ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร?
ผลพลอยได้จากสัตว์ คือ ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบที่ได้จากสัตว์หลังผ่านกระบวนการแปรรูปเนื้อสัตว์ โดยไม่ใช่ “เนื้อส่วนหลัก” ที่มนุษย์นิยมบริโภค เช่น อกไก่ สันใน หรือเนื้อแดงบางส่วน แต่ยังเป็นส่วนที่มาจากสัตว์และสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์ได้
ตัวอย่างของผลพลอยได้จากสัตว์ที่อาจพบได้ ได้แก่
- เครื่องใน เช่น ตับ ปอด ม้าม ไต หรือหัวใจ
- กระดูกหรือเศษเนื้อที่ผ่านการแปรรูป
- ผลพลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น คอ เท้า เครื่องใน หรือชิ้นส่วนจากไก่และสัตว์ปีก
- เลือดสัตว์ หรือวัตถุดิบจากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการผลิตเฉพาะ
- กากเนื้อและกระดูก หรือ Meat and Bone Meal
ดังนั้น คำว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” จึงไม่ได้หมายถึงของเสียเสมอไป แต่เป็นคำกว้างที่ต้องดูต่อว่าเป็นผลพลอยได้ชนิดใด มาจากแหล่งไหน และผลิตภายใต้มาตรฐานใด
ผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลเสียจริงหรือไม่?
การมีผลพลอยได้จากสัตว์ (By-products) ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นคุณภาพต่ำเสมอไป เพราะในเชิงโภชนาการ ส่วนประกอบอย่างตับ หัวใจ หรือเครื่องใน เป็นแหล่งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุชั้นดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสัตว์เลี้ยง หากผ่านการผลิตที่สะอาดและควบคุมคุณภาพอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักคือ “ความไม่ชัดเจนของแหล่งที่มา” เจ้าของมักกังวลว่าไม่รู้ว่าเป็นชิ้นส่วนจากสัตว์ชนิดใด หรือคุณภาพจะสม่ำเสมอหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงที่แพ้ง่ายหรือมีระบบย่อยอาหารที่เซนซิทีฟ การเลือกอาหารที่ระบุแหล่งที่มาของโปรตีนชัดเจน (เช่น เนื้อไก่สด หรือเนื้อปลาสด) จึงช่วยให้เจ้าของมั่นใจและตรวจสอบความปลอดภัยได้ดีกว่าการระบุรวมๆ ว่าเป็นผลพลอยได้นั่นเอง
กล่าวโดยสรุปคือ
| ประเด็น | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|
| คุณค่าทางโภชนาการ | อาจมีโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุได้ ขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบ |
| ความปลอดภัย | ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพ |
| ความโปร่งใส | ถ้าฉลากระบุไม่ชัด เจ้าของอาจประเมินคุณภาพได้ยาก |
| ความเหมาะสม | สัตว์เลี้ยงแพ้ง่ายอาจเหมาะกับสูตรที่ระบุแหล่งโปรตีนชัดเจนกว่า |
ดังนั้น ไม่ควรตัดสินว่า “มี by-product = ไม่ดี” เสมอไป แต่ควรอ่านฉลากให้ครบ และดูว่าแบรนด์มีความโปร่งใสเรื่องวัตถุดิบมากแค่ไหน
ผลพลอยได้จากสัตว์ ต่างจากเนื้อสดและเนื้อป่นอย่างไร?
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ ผลพลอยได้จากสัตว์ต่างจากคำว่า “เนื้อสด” หรือ “เนื้อป่น” อย่างไร เพราะทั้งหมดล้วนเป็นวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนจากสัตว์
| ประเภทวัตถุดิบ | ความหมายโดยทั่วไป | จุดที่ควรพิจารณา |
|---|---|---|
| เนื้อสด | เนื้อสัตว์ที่ยังมีความชื้นสูง มักใช้สื่อสารว่าเป็นแหล่งโปรตีนหลัก | ดูว่าเป็นส่วนผสมอันดับต้น ๆ หรือไม่ |
| เนื้อป่น / Meat meal | เนื้อสัตว์ที่ผ่านการทำให้แห้งและบด เพื่อให้มีโปรตีนเข้มข้นขึ้น | ควรดูชนิดสัตว์และมาตรฐานผู้ผลิต |
| ผลพลอยได้จากสัตว์ | ชิ้นส่วนอื่นจากสัตว์ที่ไม่ใช่เนื้อส่วนหลัก เช่น เครื่องใน กระดูก หรือชิ้นส่วนรอง | ควรดูความชัดเจนของชื่อวัตถุดิบและแหล่งที่มา |
| ผลพลอยได้จากสัตว์ปีกป่น | วัตถุดิบจากชิ้นส่วนสัตว์ปีกที่ผ่านการแปรรูป | ควรดูว่ามีการระบุชนิดวัตถุดิบชัดหรือไม่ |
สำหรับเจ้าของที่ต้องการเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงแบบมั่นใจมากขึ้น คำว่า “เนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมอันดับ 1” หรือ “ไม่ใช้ผลพลอยได้จากสัตว์” อาจช่วยให้ประเมินคุณภาพวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์สื่อสารแหล่งโปรตีนและมาตรฐานการผลิตชัดเจน
วิธีอ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจ
การเลือกอาหารไม่ควรดูแค่คำโฆษณาหน้าถุง แต่ควรพลิกดูฉลากด้านหลังประกอบด้วย โดยเฉพาะ รายการส่วนผสมที่จะเรียงตามน้ำหนักจากมากไปน้อย ซึ่งช่วยให้ทราบว่าวัตถุดิบหลักคืออะไร นอกจากนี้ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญอื่น ๆ เช่น เลขทะเบียนอาหารสัตว์ ชื่อผู้ผลิต และคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อมั่นใจว่าอาหารมื้อนั้นปลอดภัยและมีสารอาหารเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงจริง ๆ
5 จุดสังเกตเวลาซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง จุดนี้:
- ส่วนผสมอันดับแรกคืออะไร
ถ้าเป็นเนื้อสัตว์สดหรือแหล่งโปรตีนที่ระบุชัด เช่น ไก่ ปลา หรือแซลมอน จะช่วยให้เข้าใจแหล่งโปรตีนหลักได้ง่ายขึ้น - ระบุชนิดสัตว์ชัดไหม
เช่น “ไก่” “ปลาแซลมอน” “ทูน่า” หรือเขียนกว้าง ๆ ว่า “เนื้อสัตว์” “ผลพลอยได้จากสัตว์” โดยไม่ระบุรายละเอียด - มีคำว่า by-product หรือผลพลอยได้จากสัตว์ไหม
หากมี ควรดูต่อว่าเป็นชนิดใด และแบรนด์มีข้อมูลอธิบายเพิ่มเติมหรือไม่ - มีสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไปหรือเปล่า
เช่น สี กลิ่น หรือวัตถุกันเสียบางชนิดที่เจ้าของบางกลุ่มอาจต้องการหลีกเลี่ยง - เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงไหม
ลูกแมว แมวโต แมวสูงวัย สุนัขโต สุนัขทำหมัน หรือสัตว์เลี้ยงแพ้ง่าย อาจต้องการโภชนาการต่างกัน
อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์เหมาะสำหรับใครบ้าง
อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไป แต่เหมาะกับเจ้าของที่ต้องการความมั่นใจเพิ่มขึ้นในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและความโปร่งใสของส่วนผสม
โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้:
- สุนัขหรือแมวมีอาการแพ้ง่าย
- มีปัญหาผิวหนัง ขนร่วง คัน หรือเลียตัวมากผิดปกติ
- มีปัญหาระบบย่อยอาหาร ถ่ายเหลว หรืออาเจียนบ่อย
- เจ้าของต้องการรู้แหล่งโปรตีนชัดเจน
- ต้องการหลีกเลี่ยงวัตถุดิบที่ไม่จำเป็นหรือไม่ชัดเจน
- ต้องการอาหารที่วางจุดขายเรื่องคุณภาพวัตถุดิบสูง
อย่างไรก็ตาม หากสัตว์เลี้ยงมีอาการแพ้หรือปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้อาหารสูตรเฉพาะหรืออาหารที่เกี่ยวข้องกับโรค
No Animal By-product ดีกว่าเสมอไหม?
คำว่า No Animal By-product หรือ “ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์” เป็นจุดขายที่พบมากขึ้นในอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มพรีเมียมและโฮลิสติก เพราะช่วยตอบความกังวลของเจ้าของที่ต้องการรู้ว่าสัตว์เลี้ยงได้รับโปรตีนจากแหล่งใด
แต่ควรเข้าใจว่า “ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์” เป็นเพียงหนึ่งในเกณฑ์เลือกอาหาร ไม่ใช่เกณฑ์เดียวที่ตัดสินว่าอาหารนั้นดีที่สุด
อาหารที่ดีควรดูประกอบกันหลายด้าน เช่น:
- แหล่งโปรตีนหลักชัดเจน
- โภชนาการครบถ้วนและสมดุล
- เหมาะกับช่วงวัย สายพันธุ์ และสภาพร่างกาย
- ผลิตโดยแบรนด์ที่มีมาตรฐานน่าเชื่อถือ
- มีข้อมูลฉลากและส่วนผสมโปร่งใส
- น้องหมาหรือน้องแมวกินได้ดี ขับถ่ายดี และไม่มีอาการผิดปกติ
พูดง่าย ๆ คือ No Animal By-product ช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสของวัตถุดิบ แต่ยังต้องดูสูตรอาหารโดยรวมด้วย
พลิกฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง: มาตรฐานวัตถุดิบที่ปลอดภัยและชัดเจน
การเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยงต้องเน้น คุณภาพและความปลอดภัย เป็นหลัก แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงในเครือ Betagro ถือเป็นตัวอย่างมาตรฐานที่ตอบโจทย์เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นความชัดเจนของแหล่งโปรตีนที่ตรวจสอบได้และดีต่อสุขภาพ
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Perfecta ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพและโภชนาการที่ส่งผลดีต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงโดยตรง ได้แก่:
- โปรตีนคุณภาพสูง: ใช้ เนื้อไก่สดแท้จาก Betagro (Human-Grade Fresh Meat) เป็นส่วนผสมหลักอันดับ 1 ทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างครบถ้วนและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
- ปราศจากผลพลอยได้จากสัตว์ (No Animal By-Product): ตัดความกังวลเรื่องชิ้นส่วนเหลือทิ้งที่ไม่มีประโยชน์ทางโภชนาการ
- ปลอดภัยไร้สารตกค้าง: ปราศจากสารแต่งสี กลิ่น รส และสารกันบูดสังเคราะห์ จึงลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
Betagro มุ่งสร้างบรรทัดฐานการอ่านฉลาก (Label Reading) ให้กับผู้เลี้ยง เพื่อให้คุณเลือกอาหารที่ระบุแหล่งที่มาของโปรตีนได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และมั่นใจได้ว่าทุกมื้อคือความคุ้มค่าที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของสุนัขและแมวอย่างแท้จริง
บทสรุป
ผลพลอยได้จากสัตว์ไม่ใช่สิ่งอันตรายหากมีการควบคุมคุณภาพที่ดี แต่การเลือกอาหารที่ระบุแหล่งโปรตีนชัดเจนหรือใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลัก จะช่วยให้เจ้าของมั่นใจในคุณภาพและความสม่ำเสมอของสารอาหารได้มากกว่า
อาหารที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่อาหารที่มีคำโฆษณาสวยงาม แต่คืออาหารที่เหมาะกับช่วงวัยและสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง ก่อนตัดสินใจซื้อครั้งต่อไป ลองเริ่มจากการอ่านฉลากเพื่อเช็กส่วนผสมอันดับแรกและเลือกแบรนด์ที่โปร่งใสเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ เพื่อมื้ออาหารที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพของน้อง ๆ ในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลพลอยได้จากสัตว์
Q1: ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร?
ผลพลอยได้จากสัตว์คือชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบที่ได้จากสัตว์หลังการแปรรูปเนื้อ เช่น เครื่องใน กระดูก เลือด หรือชิ้นส่วนจากสัตว์ปีก ซึ่งอาจถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์เลี้ยงได้
Q2: ผลพลอยได้จากสัตว์เป็นอันตรายหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องอันตรายเสมอไป หากมาจากแหล่งที่ปลอดภัยและผ่านมาตรฐานการผลิตที่เหมาะสม แต่เจ้าของควรดูความชัดเจนของฉลาก แหล่งที่มา และความเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
Q3: อาหารสัตว์ที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ดีกว่าหรือไม่?
อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ช่วยเพิ่มความมั่นใจเรื่องความโปร่งใสของวัตถุดิบ แต่ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอไปในทุกกรณี ควรดูโภชนาการโดยรวม แหล่งโปรตีน และความเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงร่วมด้วย
Q4: ผลพลอยได้จากสัตว์ต่างจากเนื้อสดอย่างไร?
เนื้อสดคือเนื้อสัตว์ที่ยังมีความชื้นสูงและมักใช้เป็นแหล่งโปรตีนหลัก ส่วนผลพลอยได้จากสัตว์คือชิ้นส่วนอื่นจากสัตว์ที่ไม่ใช่เนื้อส่วนหลัก เช่น เครื่องในหรือกระดูก คุณภาพจึงขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบและมาตรฐานการผลิต
Q5: ถ้าสุนัขหรือแมวแพ้ง่าย ควรเลี่ยงผลพลอยได้จากสัตว์ไหม?
หากสัตว์เลี้ยงมีอาการแพ้ง่าย การเลือกอาหารที่ระบุแหล่งโปรตีนชัดเจน หรือสูตรที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์ อาจช่วยลดความไม่แน่นอนในการเลือกอาหารได้ แต่ควรปรึกษาสัตวแพทย์หากมีอาการแพ้เรื้อรัง
Q6: ทำไมอาหารสัตว์บางแบรนด์ยังใช้ผลพลอยได้จากสัตว์?
เพราะผลพลอยได้จากสัตว์บางชนิดสามารถเป็นแหล่งโปรตีนหรือสารอาหารได้ และช่วยควบคุมต้นทุนการผลิต แต่คุณภาพจะขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบ แหล่งที่มา และมาตรฐานการผลิตของแต่ละแบรนด์
แหล่งอ้างอิง
- Association of American Feed Control Officials (AAFCO) — ข้อมูลเกี่ยวกับ by-products ในอาหารสัตว์ และการใช้วัตถุดิบกลุ่มผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารสัตว์เลี้ยง
- U.S. Food and Drug Administration (FDA) — ข้อมูลเกี่ยวกับฉลากอาหารสัตว์และข้อกำหนดพื้นฐานของการแสดงข้อมูลบนฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง
- eCFR, 21 CFR Part 501 — ข้อกำหนดเกี่ยวกับ Animal Food Labeling ของสหรัฐอเมริกา
- VCA Animal Hospitals — ข้อมูลด้านโภชนาการเกี่ยวกับ animal by-products และตัวอย่างวัตถุดิบ เช่น liver, spleen และ kidneys
บทความน่าสนใจ

เมื่ออ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง คำว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” (Animal By-products) มักสร้างความสงสัยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลเสมอไป ผลพลอยได้จากสัตว์ คือชิ้นส่วนที่เหลือจากการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อมนุษย์ เช่น เครื่องใน (ตับ, ไต, ปอด), หัวใจ หรือกระดูก (ปาก, เล็บ , จงอย, ขน) ซึ่งไม่ใช่เนื้อส่วนกล้ามเนื้อ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกนำมาแปรรูปเป็นแหล่งโปรตีนเข้มข้นในอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็น การเลือกอาหารจึงไม่ได้ดูแค่ชื่อวัตถุดิบ แต่ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา มาตรฐานการผลิต และความชัดเจนของฉลาก เพื่อให้มั่นใจว่าสุนัขหรือแมวจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว สารบัญเนื้อหา ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร? ผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลเสียจริงหรือไม่? ผลพลอยได้จากสัตว์ ต่างจากเนื้อสดและเนื้อป่นอย่างไร? วิธีอ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจ อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์เหมาะสำหรับใครบ้าง No Animal By-product ดีกว่าเสมอไหม? พลิกฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง: มาตรฐานวัตถุดิบที่ปลอดภัยและชัดเจน บทสรุป คำ […]

Human Grade คือคำที่ใช้สื่อถึงอาหารหรือวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอาหารสำหรับมนุษย์ หรือที่หลายคนเรียกง่าย ๆ ว่า “เกรดคนทาน” ในอาหารสุนัขและอาหารแมว คำนี้มักใช้เพื่อบอกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ การคัดเลือกส่วนผสม และมาตรฐานการผลิต แต่ Human Grade ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นเหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวเสมอไป เพราะการเลือกอาหารที่ดีสำหรับสุนัขและแมวยังต้องดูอีกหลายเรื่องร่วมกัน ทั้งโภชนาการ ช่วงวัย สุขภาพ ปริมาณการให้อาหาร เลขทะเบียนอาหารสัตว์ และข้อมูลบนฉลาก สารบัญเนื้อหา Human Grade หมายความว่าอะไร Human Grade ต่างจาก เนื้อสดเกรดคนทาน อย่างไร ? Human Grade ต่างจาก Feed Grade อย่างไร ? Human Grade ดีกว่าอาหารสัตว์ทั่วไปเสมอหรือไม่ ทำไมคำว่า Human Grade ถึงได้รับความนิยม Human Grade สำคัญอย่างไรกับอาหารสุนัขและแมว Human Grade ในอาหารสัตว์เลี้ยงจากเบทาโกร วิธีเลือกอาหารสัตว์ Human Grade ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของเรา Human Grade เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแบบไหน? Human Grade เหมาะกับแมวหรือสุนัขแพ้ง่ายหรือไม่ Human Grade ไม่ได้หมายความว่าคนรับประทานอาหารสัตว์ได้ Human Grade ต่างจาก […]

การเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวเป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เจ้าของแมวตรวจสอบข้อมูลอาหารก่อนซื้อได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะเวลาซื้ออาหารแมวออนไลน์ อาหารเปียก ขนมแมวเลีย หรือสินค้าที่ไม่คุ้นแบรนด์ เพราะเลขทะเบียนอาหารสัตว์ช่วยบอกได้ว่าสินค้านั้นเกี่ยวข้องกับอาหารประเภทใด ใครเป็นผู้ผลิตหรือผู้รับใบอนุญาต และมีข้อมูลในระบบของกรมปศุสัตว์หรือไม่ โดยระบบที่ใช้ตรวจสอบคือ ระบบสืบค้นใบอนุญาต ใบแจ้ง ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ใบรับรอง และใบรับแจ้ง อาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งรองรับการสืบค้นข้อมูลทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และมีตัวอย่างการค้นทะเบียนอาหารสัตว์ เช่น 01 02 63 XXXX อย่างไรก็ตาม เลขทะเบียนไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นเหมาะกับแมวทุกตัวเสมอไป เจ้าของแมวยังควรอ่านฉลาก ดูประเภทอาหาร และเลือกสูตรให้เหมาะกับวัย สุขภาพ และพฤติกรรมการกินของแมวด้วย สารบัญเนื้อหา เลขทะเบียนอาหารแมวคืออะไร ทำไมควรเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวก่อนซื้อ วิธีเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวกับกรมปศุสัตว์ วิธีอ่านเลขทะเบียนอาหารแมว 10 หลัก อาหารเปียกแมวเลข 07 กับ 09 ต่างกันอย่างไร ขนมแมวเลียหรือขนมแมวรหัส 09 ให้กินทุกวัน […]




