มิถุนายน 22, 2026

เช็กเลขทะเบียนอาหารแมว วิธีตรวจสอบก่อนซื้อให้มั่นใจ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

เช็กเลขทะเบียนอาหารแมว วิธีตรวจสอบก่อนซื้อให้มั่นใจ


การเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวเป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เจ้าของแมวตรวจสอบข้อมูลอาหารก่อนซื้อได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะเวลาซื้ออาหารแมวออนไลน์ อาหารเปียก ขนมแมวเลีย หรือสินค้าที่ไม่คุ้นแบรนด์ เพราะเลขทะเบียนอาหารสัตว์ช่วยบอกได้ว่าสินค้านั้นเกี่ยวข้องกับอาหารประเภทใด ใครเป็นผู้ผลิตหรือผู้รับใบอนุญาต และมีข้อมูลในระบบของกรมปศุสัตว์หรือไม่

โดยระบบที่ใช้ตรวจสอบคือ ระบบสืบค้นใบอนุญาต ใบแจ้ง ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ใบรับรอง และใบรับแจ้ง อาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งรองรับการสืบค้นข้อมูลทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และมีตัวอย่างการค้นทะเบียนอาหารสัตว์ เช่น 01 02 63 XXXX

อย่างไรก็ตาม เลขทะเบียนไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นเหมาะกับแมวทุกตัวเสมอไป เจ้าของแมวยังควรอ่านฉลาก ดูประเภทอาหาร และเลือกสูตรให้เหมาะกับวัย สุขภาพ และพฤติกรรมการกินของแมวด้วย

สารบัญเนื้อหา

เลขทะเบียนอาหารแมวคืออะไร

เลขทะเบียนอาหารแมว คือเลขทะเบียนอาหารสัตว์ที่แสดงบนฉลากสินค้า ใช้สำหรับระบุข้อมูลการขึ้นทะเบียนของอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ เช่น แหล่งผลิต ประเภทอาหาร ปีที่ขึ้นทะเบียน และลำดับทะเบียนสินค้า

ตามเอกสาร Q&A ของกรมปศุสัตว์ อาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนคือ อาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และประกาศที่เกี่ยวข้องระบุถึงอาหารสัตว์ที่ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์หลายชนิด รวมถึงสุนัขและแมว ตามประเภทและชนิดที่กำหนด

สำหรับเจ้าของแมว เลขทะเบียนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบว่าอาหารหรือขนมแมวที่กำลังจะซื้อมีข้อมูลให้ตรวจสอบได้หรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าที่ขายบนออนไลน์ สินค้าราคาแตกต่างจากตลาดมาก หรือสินค้าที่ฉลากไม่ชัดเจน

ทำไมควรเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวก่อนซื้อ

การเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวไม่ได้เป็นการรับประกันว่าอาหารนั้น “ดีที่สุด” หรือ “เหมาะกับแมวทุกตัว” แต่ช่วยให้เจ้าของแมวตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญก่อนตัดสินใจซื้อได้ เช่น

  • สินค้ามีข้อมูลในระบบของกรมปศุสัตว์หรือไม่
  • เลขทะเบียนตรงกับข้อมูลบนฉลากหรือไม่
  • ชื่อสินค้าและชื่อผู้ประกอบการตรงกันหรือไม่
  • ทะเบียนเกี่ยวข้องกับอาหารประเภทใด
  • อาหารนั้นเป็นอาหารหลัก อาหารเสริม ขนม หรืออาหารประกอบการรักษาโรค

สิ่งสำคัญคือ ต้องดู “ประเภทอาหาร” ต่อด้วย เพราะอาหารแมวบางชนิดอาจหน้าตาคล้ายกันมาก เช่น อาหารเปียกกับขนมแมวเลีย แต่คุณค่าทางโภชนาการและวัตถุประสงค์ในการให้กินอาจไม่เหมือนกัน

วิธีเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวกับกรมปศุสัตว์

วิธีเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวสามารถทำได้ผ่าน ระบบสืบค้นข้อมูลของกรมปศุสัตว์ โดยใช้เลขทะเบียนบนฉลากหรือชื่อสินค้าค้นหาในเว็บไซต์กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ระบบจะช่วยยืนยันความถูกต้องของใบอนุญาตและข้อมูลการจดทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารนั้นปลอดภัยและผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามกฎหมายก่อนถึงมือน้องแมว

ขั้นตอนการเช็กเลขทะเบียนอาหารแมว

  1. ดูเลขทะเบียนบนฉลากอาหารแมว
    เลขทะเบียนมักอยู่บริเวณด้านหลังหรือด้านข้างของซอง กระป๋อง หรือแพ็กเกจ ใกล้ข้อมูลส่วนประกอบ คุณค่าทางโภชนาการ ผู้ผลิต หรือวันหมดอายุ
  2. จดเลขทะเบียนให้ครบ
    เลขทะเบียนอาหารสัตว์มักเป็นตัวเลข 10 หลัก แบ่งเป็นชุด เช่น 01 07 67 XXXX ควรจดให้ครบทุกหลัก
  3. เข้าไปที่ระบบสืบค้นของกรมปศุสัตว์
    เลือกประเภทข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์ แล้วกรอกเลขทะเบียน ชื่อทางการค้า หรือข้อมูลที่มีบนฉลาก
  4. ตรวจสอบข้อมูลที่ระบบแสดง
    เปรียบเทียบชื่อสินค้า ชื่อบริษัท ผู้ครอบครอง วันที่ออก วันที่หมดอายุ และสถานะ กับข้อมูลบนฉลาก
  5. หากค้นหาไม่พบ ให้ตรวจสอบซ้ำก่อนสรุป
    อาจเกิดจากกรอกเลขผิด เว้นวรรคผิด ชื่อสินค้าไม่ตรง หรือเป็นทะเบียนที่ต้องสอบถามหน่วยงานเพิ่มเติม

ระบบ DLD e-Feed รองรับการสืบค้นเลขทะเบียนอาหารสัตว์ที่ออกตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป หากใช้เลขทะเบียนที่ออกก่อนปี 2563 แล้วค้นหาไม่พบ เจ้าของสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงกับกรมปศุสัตว์ตามช่องทางที่ระบุไว้ในระบบ เพื่อยืนยันสถานะการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องของสินค้านั้นๆ

เช็กเลขทะเบียนอาหารแมว วิธีตรวจสอบก่อนซื้อให้มั่นใจ

วิธีอ่านเลขทะเบียนอาหารแมว 10 หลัก

เลขทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะสามารถอ่านได้จากชุดตัวเลขบนฉลาก โดยส่วนที่เจ้าของแมว ควรดูเลข หลักที่ 3 และ 4 เพราะตำแหน่งนี้ จะบ่งบอกว่าอาหารนั้น ควรถูกใช้เป็นอาหารหลัก อาหารเสริม ขนม หรืออาหารประกอบการรักษาโรค

ตัวอย่างเลขทะเบียน

01 07 67 1234

อ่านแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

ตำแหน่งเลข ความหมาย ตัวอย่าง
2 หลักแรก แหล่งผลิต 01 = ผลิตในประเทศ, 02 = นำเข้า
หลักที่ 3–4 ประเภทอาหาร 07, 08, 09, 10
หลักที่ 5–6 ปีที่ขึ้นทะเบียน เช่น 67
4 หลักสุดท้าย ลำดับทะเบียนสินค้า เช่น 1234

เอกสาร Q&A ของกรมปศุสัตว์ระบุรหัสประเภทอาหารสัตว์ไว้ชัดเจน เช่น 07 คืออาหารสัตว์เลี้ยงที่มีโภชนาการครบถ้วน, 08 คืออาหารเสริม, 09 คืออาหารขบเคี้ยว/อาหารว่าง และ 10 คืออาหารประกอบการรักษาโรคสำหรับสัตว์เลี้ยง

เลข 07, 08, 09, 10 บนอาหารแมวต่างกันอย่างไร

เลข 07, 08, 09 และ 10 เป็นรหัสสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของแมวเข้าใจว่าอาหารหรือขนมแมวที่ซื้อควรใช้ในลักษณะใด

รหัส ประเภทอาหาร ใช้อย่างไร ข้อควรระวัง
07 อาหารสัตว์เลี้ยงที่มีโภชนาการครบถ้วน ใช้เป็นอาหารมื้อหลักได้ ควรเลือกสูตรให้เหมาะกับชนิดสัตว์ วัย สุขภาพ และปริมาณที่ฉลากแนะนำ
08 อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้เสริมคุณค่าทางโภชนาการบางด้าน ไม่ควรใช้แทนอาหารหลัก
09 อาหารขบเคี้ยว / อาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้เป็นขนมหรือรางวัล ไม่ควรใช้แทนอาหารหลัก และควรจำกัดปริมาณ
10 อาหารประกอบการรักษาโรคสำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้กับสัตว์ป่วยหรือมีภาวะเฉพาะ ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์

กรมปศุสัตว์จำแนกประเภทอาหารสัตว์ไว้ชัดเจน ดังนี้:

  • Complete Pet Food (อาหารมื้อหลัก): มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายในหนึ่งมื้อ ให้กินเป็นอาหารหลักได้เลย
  • Complementary Pet Food (อาหารว่าง/ขนม): สารอาหารไม่ครบถ้วน ไม่ควรให้เกิน 10–15% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ดังนั้น หากต้องการซื้ออาหารแมวให้กินเป็นมื้อหลัก ควรมองหาอาหารที่เป็นรหัส 07 และอ่านฉลากเพิ่มเติมว่าเหมาะกับแมวช่วงวัยใด เช่น ลูกแมว แมวโต แมวสูงวัย หรือแมวที่มีเงื่อนไขเฉพาะด้านสุขภาพ

อาหารเปียกแมวเลข 07 กับ 09 ต่างกันอย่างไร

อาหารเปียกแมวไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกซอง บางซองเป็นอาหารหลัก ขณะที่บางซองเป็นอาหารว่างหรือขนม ดังนั้นจึงควรดูเลขทะเบียนและข้อความบนฉลากร่วมกัน

รหัส หมายถึง ใช้เป็นอาหารหลักได้ไหม
07 อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน ใช้เป็นอาหารหลักได้ หากสูตรเหมาะกับแมวและให้ตามปริมาณที่แนะนำ
09 อาหารขบเคี้ยว / อาหารว่าง / ขนม ไม่ควรใช้แทนอาหารหลัก

ตัวอย่างเช่น อาหารเปียกบางสูตรอาจเป็นอาหารหลักที่มีโภชนาการครบถ้วน ขณะที่บางสูตรอาจเป็นเพียงขนมหรือท็อปเปอร์เพื่อเพิ่มความน่ากิน หากให้ขนมรหัส 09 แทนอาหารหลักเป็นประจำ แมวอาจได้รับสารอาหารไม่ครบตามความต้องการในระยะยาว

ขนมแมวเลียหรือขนมแมวรหัส 09 ให้กินทุกวันได้หรือไม่

ขนมหรืออาหารว่างรหัส 09 สามารถให้เป็นรางวัลหรือเสริมความน่ากินได้ แต่ไม่ควรใช้แทนอาหารหลัก เพราะไม่ใช่อาหารที่ออกแบบมาให้มีโภชนาการครบถ้วนเหมือนอาหารหลักรหัส 07

หลักที่ควรจำคือ:

  • ให้เป็นขนมหรือรางวัล ไม่ใช่มื้อหลัก
  • จำกัดปริมาณ ไม่ให้กินมากเกินไป
  • ควรนับรวมกับพลังงานที่แมวได้รับต่อวัน
  • ถ้าแมวมีโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน โรคอ้วน หรือปัญหาทางเดินปัสสาวะ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ขนมเป็นประจำ

ตามข้อมูลของกรมปศุสัตว์ อาหารขบเคี้ยวหรืออาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ใช่อาหารมื้อหลัก และควรให้ไม่เกิน 10–15% ของพลังงานที่สัตว์ต้องการได้รับต่อวัน

ค้นเลขทะเบียนอาหารแมวแล้วไม่เจอ หมายความว่าเป็นสินค้าปลอมหรือไม่ ?

การค้นเลขทะเบียนอาหารแมวแล้วไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าปลอมเสมอไป เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กรอกเลขผิด เว้นวรรคผิด ใช้ชื่อทางการค้าไม่ตรงกับระบบ หรือเป็นทะเบียนที่ออกก่อนช่วงข้อมูลที่ระบบรองรับอย่างสมบูรณ์

สิ่งที่ควรทำก่อนสรุปคือ:

  1. ตรวจตัวเลขบนฉลากอีกครั้ง
  2. ลองกรอกเลขโดยไม่ใส่สัญลักษณ์หรือคำว่า “ท.”
  3. ลองค้นด้วยชื่อทางการค้าภาษาไทย
  4. ลองค้นด้วยชื่อทางการค้าภาษาอังกฤษ
  5. ตรวจชื่อบริษัทหรือผู้ประกอบการบนฉลาก
  6. สอบถามผู้ขายหรือผู้ผลิตเพื่อขอเลขทะเบียนที่ถูกต้อง
  7. หากยังไม่มั่นใจ ให้ติดต่อกรมปศุสัตว์หรือกองควบคุมอาหารและยาสัตว์

ในหน้า DLD e-Feed มีหมายเหตุว่า ระบบรองรับการตรวจสอบทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่กรมปศุสัตว์ออกให้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปอย่างสมบูรณ์ และหากทะเบียนก่อนปี 2563 ค้นหาไม่พบ ให้ติดต่อกรมปศุสัตว์ตามช่องทางที่ระบบระบุ

อาหารแมวไม่มีเลขทะเบียน ควรซื้อหรือไม่

เราขอแนะนำให้ควรหลีกเลี่ยง หากพบอาหารที่ไม่มีเลขทะเบียน ไม่มีฉลาก หรือระบุแหล่งผลิตไม่ชัดเจน โดยเฉพาะอาหารแบ่งขายและถุงเปลือย เพราะมีความเสี่ยงสูงเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพโภชนาการ

จุดสังเกตที่ควรระวังเป็นพิเศษ:

  • ไร้ข้อมูลสำคัญ: ไม่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์, ชื่อผู้ผลิต/ผู้นำเข้า, วันหมดอายุ หรือข้อมูลโภชนาการบนฉลาก
  • ถุงแบ่งขายที่ตรวจสอบไม่ได้: หากผู้ขายไม่สามารถโชว์ถุงต้นทางหรือระบุเลขทะเบียนและวันหมดอายุที่ชัดเจนให้ดูได้ ไม่ควรเสี่ยงซื้อ
  • โฆษณาเกินจริง: อ้างว่ารักษาโรคได้โดยไม่มีคำแนะนำจากสัตวแพทย์ หรือมีราคาถูกผิดปกติจนน่าสงสัย

ถ้าต้องการซื้ออาหารแบ่งขาย ควรถามผู้ขายว่าแบ่งจากสินค้าตัวใด มีเลขทะเบียนอะไร วันหมดอายุเมื่อไร และสามารถดูฉลากถุงต้นทางได้หรือไม่ หากผู้ขายตอบไม่ได้ ควรเลือกสินค้าที่มีฉลากครบถ้วนและตรวจสอบได้มากกว่า

นอกจากเลขทะเบียน ต้องดูอะไรบนฉลากอาหารแมวอีกบ้าง

เลขทะเบียนเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ควรตรวจสอบ ก่อนซื้ออาหารแมวควรอ่านฉลากส่วนอื่นร่วมด้วย เพื่อให้เลือกอาหารได้เหมาะสมกับแมวมากขึ้น

1. ประเภทอาหาร

ดูว่าเป็นอาหารหลัก อาหารเสริม ขนม หรืออาหารประกอบการรักษาโรค โดยสังเกตเลขรหัส 07, 08, 09 หรือ 10

2. ช่วงวัยของแมว

อาหารสำหรับลูกแมว แมวโต และแมวสูงวัยอาจมีระดับพลังงาน โปรตีน ไขมัน และสารอาหารที่แตกต่างกัน ควรเลือกสูตรให้ตรงกับช่วงวัย

3. ส่วนประกอบหลัก

อ่านวัตถุดิบและส่วนประกอบสำคัญ เช่น แหล่งโปรตีน แหล่งไขมัน ไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และส่วนผสมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสูตรอาหาร

4. คุณค่าทางโภชนาการ

ดูข้อมูล เช่น โปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ ความชื้น และพลังงาน เพื่อประเมินว่าเหมาะกับแมวของเราหรือไม่

5. วันหมดอายุและสภาพบรรจุภัณฑ์

ไม่ควรซื้ออาหารที่ซองรั่ว บวม ฉีก มีกลิ่นผิดปกติ หรือใกล้หมดอายุมากเกินไป

6. ปริมาณการให้ต่อวัน

แม้เป็นอาหารหลักรหัส 07 ก็ควรให้ตามปริมาณที่ฉลากแนะนำ และปรับตามน้ำหนักตัว อายุ กิจกรรม และสุขภาพของแมว

เลือกอาหารแมวอย่างไรให้มั่นใจมากขึ้น

หลังจากเช็กเลขทะเบียนแล้ว เจ้าของแมวควรเลือกอาหารโดยดูทั้งความน่าเชื่อถือของฉลากและความเหมาะสมกับแมวในชีวิตจริง

หลักง่าย ๆ คือ:

  1. ตรวจสอบได้
    มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์ ฉลากชัดเจน ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน และมีวันหมดอายุ
  2. เหมาะกับวัตถุประสงค์
    ถ้าต้องการอาหารมื้อหลัก ให้เลือกอาหารที่เป็นโภชนาการครบถ้วน ไม่ใช้ขนมหรืออาหารว่างแทนอาหารหลัก
  3. เหมาะกับแมวแต่ละตัว
    เลือกสูตรตามวัย น้ำหนัก ไลฟ์สไตล์ และปัญหาสุขภาพ เช่น แมวเลี้ยงในบ้าน แมวทำหมัน แมวสูงวัย แมวขนร่วงง่าย หรือแมวที่มีปัญหาก้อนขน
  4. อ่านฉลากก่อนตัดสินใจ
    อย่าดูแค่รสชาติ ราคา หรือคำโฆษณาหน้าซอง แต่ควรดูเลขทะเบียน ประเภทอาหาร ส่วนประกอบ คุณค่าทางโภชนาการ และคำแนะนำการให้อาหารร่วมกัน

หากแมวมีโรคประจำตัว แพ้อาหาร ท้องเสียง่าย อ้วนง่าย หรือจำเป็นต้องใช้อาหารประกอบการรักษาโรค ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเปลี่ยนอาหาร โดยเฉพาะอาหารรหัส 10 ซึ่งกรมปศุสัตว์ระบุว่าเป็นอาหารเพื่อประกอบการรักษาโรค ให้สำหรับสัตว์ป่วยเท่านั้น และใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์

บทสรุป

การเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ช่วยให้เจ้าของแมวตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของอาหารก่อนซื้อได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอาหารแมวออนไลน์ อาหารเปียก ขนมแมวเลีย หรือสินค้าที่ไม่คุ้นแบรนด์

จำง่าย ๆ คือ

  • ดูเลขทะเบียนอาหารสัตว์บนฉลาก
  • นำเลขไปตรวจสอบในระบบกรมปศุสัตว์
  • เช็กชื่อสินค้า บริษัท วันที่ออก วันที่หมดอายุ และสถานะ
  • อ่านรหัส 07, 08, 09 หรือ 10 เพื่อแยกประเภทอาหาร
  • เลือกอาหารให้เหมาะกับวัย สุขภาพ และพฤติกรรมของแมว

เลขทะเบียนช่วยให้ตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียนและประเภทอาหารได้ แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ใช้ตัดสินว่าอาหารเหมาะกับแมวหรือไม่ เจ้าของแมวจึงควรอ่านฉลากให้ครบ เลือกอาหารที่ตรวจสอบได้ และปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อแมวมีภาวะสุขภาพเฉพาะ

หมายเหตุสำคัญ: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวและการอ่านฉลากอาหารสัตว์ ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากสัตวแพทย์ได้ หากแมวมีโรคประจำตัว แพ้อาหาร ท้องเสียง่าย น้ำหนักเกิน หรือจำเป็นต้องใช้อาหารประกอบการรักษาโรค ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเลือกหรือเปลี่ยนอาหาร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็กเลขทะเบียนอาหารแมว

Q1: เช็กเลขทะเบียนอาหารแมวที่ไหน

สามารถเช็กได้ผ่านระบบสืบค้นของกรมปศุสัตว์ โดยใช้เลขทะเบียนอาหารสัตว์ ชื่อทางการค้า หรือข้อมูลที่ปรากฏบนฉลาก ระบบนี้ใช้สำหรับสืบค้นใบอนุญาต ใบแจ้ง ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ใบรับรอง และใบรับแจ้งด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์

Q2: เลขทะเบียนอาหารแมว 07 คืออะไร

รหัส 07 หมายถึงอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดที่มีโภชนาการครบถ้วน หรือ Complete Pet Food เป็นอาหารที่ใช้เป็นมื้อหลักได้ โดยควรเลือกสูตรที่เหมาะกับชนิดสัตว์ ช่วงวัย สุขภาพ และให้ตามปริมาณที่ฉลากแนะนำ

Q3: เลข 09 บนขนมแมวหมายถึงอะไร

รหัส 09 หมายถึงอาหารขบเคี้ยวหรืออาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก และควรให้ในปริมาณจำกัด โดยกรมปศุสัตว์ระบุว่าควรให้ไม่เกิน 10–15% ของพลังงานที่สัตว์ต้องการต่อวัน

Q4: อาหารเปียกแมวรหัส 07 ใช้เป็นอาหารหลักได้ไหม

ใช้เป็นอาหารหลักได้ หากเป็นอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนและเหมาะกับแมวตัวนั้น แต่ควรดูฉลากเพิ่มเติม เช่น ช่วงวัย ปริมาณการให้ต่อวัน และข้อแนะนำเฉพาะของสินค้า

Q5: ค้นเลขทะเบียนอาหารแมวแล้วไม่เจอ ควรทำอย่างไร

ให้ตรวจเลขอีกครั้ง ลองค้นด้วยชื่อทางการค้า ชื่อบริษัท หรือสอบถามผู้ขาย/ผู้ผลิต หากยังไม่พบ ควรติดต่อกรมปศุสัตว์ เพราะระบบระบุว่ารองรับทะเบียนที่ออกตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปอย่างสมบูรณ์ และทะเบียนก่อนปี 2563 หากค้นหาไม่พบควรติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Q6: อาหารแมวไม่มีเลขทะเบียนควรซื้อไหม

ไม่แนะนำ หากไม่มีฉลากชัดเจน ไม่มีเลขทะเบียน ไม่มีชื่อผู้ผลิต ไม่มีวันหมดอายุ หรือไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ควรเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วนและตรวจสอบได้มากกว่า

Q7: อาหารแมวรหัส 10 ให้แมวปกติกินได้ไหม

ไม่ควรซื้อให้แมวปกติกินเองโดยไม่มีคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะรหัส 10 คืออาหารประกอบการรักษาโรคสำหรับสัตว์เลี้ยง ใช้สำหรับสัตว์ป่วยเท่านั้น และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์


บทความน่าสนใจ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร? อ่านฉลากอาหารสัตว์ให้เข้าใจก่อนเลือกให้สัตว์เลี้ยง

เมื่ออ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง คำว่า “ผลพลอยได้จากสัตว์” (Animal By-products) มักสร้างความสงสัยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงว่าปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลเสมอไป ผลพลอยได้จากสัตว์ คือชิ้นส่วนที่เหลือจากการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อมนุษย์ เช่น เครื่องใน (ตับ, ไต, ปอด), หัวใจ หรือกระดูก (ปาก, เล็บ , จงอย, ขน) ซึ่งไม่ใช่เนื้อส่วนกล้ามเนื้อ โดยชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกนำมาแปรรูปเป็นแหล่งโปรตีนเข้มข้นในอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการที่จำเป็น การเลือกอาหารจึงไม่ได้ดูแค่ชื่อวัตถุดิบ แต่ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา มาตรฐานการผลิต และความชัดเจนของฉลาก เพื่อให้มั่นใจว่าสุนัขหรือแมวจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาว สารบัญเนื้อหา ผลพลอยได้จากสัตว์คืออะไร? ผลพลอยได้จากสัตว์ในอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลเสียจริงหรือไม่? ผลพลอยได้จากสัตว์ ต่างจากเนื้อสดและเนื้อป่นอย่างไร? วิธีอ่านฉลากอาหารสัตว์เลี้ยงให้เข้าใจ อาหารที่ไม่มีผลพลอยได้จากสัตว์เหมาะสำหรับใครบ้าง No Animal By-product ดีกว่าเสมอไหม? พลิกฉลากอาหารสัตว์เลี้ยง: มาตรฐานวัตถุดิบที่ปลอดภัยและชัดเจน บทสรุป คำ […]

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญHuman Grade คืออะไร ทำไมคนเลี้ยงสุนัขและแมวควรรู้ก่อนเลือกอาหาร

Human Grade คือคำที่ใช้สื่อถึงอาหารหรือวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานอาหารสำหรับมนุษย์ หรือที่หลายคนเรียกง่าย ๆ ว่า “เกรดคนทาน” ในอาหารสุนัขและอาหารแมว คำนี้มักใช้เพื่อบอกว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ การคัดเลือกส่วนผสม และมาตรฐานการผลิต แต่ Human Grade ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นเหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวเสมอไป เพราะการเลือกอาหารที่ดีสำหรับสุนัขและแมวยังต้องดูอีกหลายเรื่องร่วมกัน ทั้งโภชนาการ ช่วงวัย สุขภาพ ปริมาณการให้อาหาร เลขทะเบียนอาหารสัตว์ และข้อมูลบนฉลาก สารบัญเนื้อหา Human Grade หมายความว่าอะไร Human Grade ต่างจาก เนื้อสดเกรดคนทาน อย่างไร ? Human Grade ต่างจาก Feed Grade อย่างไร ? Human Grade ดีกว่าอาหารสัตว์ทั่วไปเสมอหรือไม่ ทำไมคำว่า Human Grade ถึงได้รับความนิยม Human Grade สำคัญอย่างไรกับอาหารสุนัขและแมว Human Grade ในอาหารสัตว์เลี้ยงจากเบทาโกร วิธีเลือกอาหารสัตว์ Human Grade ให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของเรา Human Grade เหมาะกับสัตว์เลี้ยงแบบไหน? Human Grade เหมาะกับแมวหรือสุนัขแพ้ง่ายหรือไม่ Human Grade ไม่ได้หมายความว่าคนรับประทานอาหารสัตว์ได้ Human Grade ต่างจาก […]

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเช็กเลขทะเบียนอาหารแมว วิธีตรวจสอบก่อนซื้อให้มั่นใจ

การเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวเป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ช่วยให้เจ้าของแมวตรวจสอบข้อมูลอาหารก่อนซื้อได้มั่นใจขึ้น โดยเฉพาะเวลาซื้ออาหารแมวออนไลน์ อาหารเปียก ขนมแมวเลีย หรือสินค้าที่ไม่คุ้นแบรนด์ เพราะเลขทะเบียนอาหารสัตว์ช่วยบอกได้ว่าสินค้านั้นเกี่ยวข้องกับอาหารประเภทใด ใครเป็นผู้ผลิตหรือผู้รับใบอนุญาต และมีข้อมูลในระบบของกรมปศุสัตว์หรือไม่ โดยระบบที่ใช้ตรวจสอบคือ ระบบสืบค้นใบอนุญาต ใบแจ้ง ใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ใบรับรอง และใบรับแจ้ง อาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ ซึ่งรองรับการสืบค้นข้อมูลทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ และมีตัวอย่างการค้นทะเบียนอาหารสัตว์ เช่น 01 02 63 XXXX อย่างไรก็ตาม เลขทะเบียนไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นเหมาะกับแมวทุกตัวเสมอไป เจ้าของแมวยังควรอ่านฉลาก ดูประเภทอาหาร และเลือกสูตรให้เหมาะกับวัย สุขภาพ และพฤติกรรมการกินของแมวด้วย สารบัญเนื้อหา เลขทะเบียนอาหารแมวคืออะไร ทำไมควรเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวก่อนซื้อ วิธีเช็กเลขทะเบียนอาหารแมวกับกรมปศุสัตว์ วิธีอ่านเลขทะเบียนอาหารแมว 10 หลัก อาหารเปียกแมวเลข 07 กับ 09 ต่างกันอย่างไร ขนมแมวเลียหรือขนมแมวรหัส 09 ให้กินทุกวัน […]