เมษายน 9, 2026

หมาคันหู เกาไม่หยุดเจาะลึก 5 สาเหตุพร้อมวิธีแก้ปัญหา

สุขภาพของสัตว์เลี้ยง

หมาคันหู

ทุกคนที่เลี้ยงสุนัขต้องเคยเห็นสุนัขทำท่าเกาหูแน่นอน ไ่ม่ว่าจะเป็นท่ายกขาหลังขึ้นมาเกาหู ท่าเอาหัวถูพื้นไปมา ไปจนถึงสะบัดหูด้วยท่าทีรำคาญหรือแสดงอาการเจ็บปวด ซึ่งนับว่าเป็นปัญหากวนใจอย่างมาก ทั้งสำหรับเจ้าของและเจ้าตูบเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าทำไมสุนัขของเราถึงมีปัญหาคันหู สาเหตุเกิดจากอะไร และเจ้าของควรจะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไรให้ตรงจุด ให้น้องหมาหายขาดจากอาการดังกล่าว ตามมาดูกันเลย

ทำไมสุนัขถึงคันหู

อาการคันหูในสุนัข (Pruritus otitis) เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปรสิต (ไรในหู), การติดเชื้อ (แบคทีเรีย/ยีสต์), และโรคภูมิแพ้ หากสุนัขของคุณเกาหูบ่อย สะบัดหัว มีขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ มักเกิดจากไรในหู แต่ถ้าหูแดง มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หรือมีหนอง มักเกิดจากการติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม หากรักษากี่ครั้งก็ไม่หายขาด เกาหูร่วมกับเลียเท้า หรือมีผื่นแดงตามตัว “อาหาร” คือจำเลยสำคัญ สุนัขจำนวนมากแพ้โปรตีนในอาหาร (เช่น ไก่ หรือ เนื้อวัว) หรือแพ้ธัญพืช (Grain & Gluten) ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังและช่องหู การเปลี่ยนมาใช้อาหารสูตร Skin & Coat Care ที่เน้นโปรตีนย่อยง่าย หรือสูตร Holistic Grain Free ที่ตัดส่วนผสมก่อการแพ้ออก คือทางออกที่ยั่งยืนที่สุดในการหยุดวงจรคันเรื้อรัง

5 สาเหตุที่ทำให้สุนัขคันหู

ปัญหาคันหูของสุนัข เกิดขึ้นได้จากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งภายนอกและภายใน โดยสามารถจำแนกสาเหตุ และต้นตอของการเกิดโรคได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1. สายพันธุ์ที่มีใบหูใหญ่

อาการคันหู หรือภาวะหูอักเสบนั้น มักจะพบได้ในสุนัขสายพันธุ์ที่มีใบหูใหญ่ และตกลงมาปิดช่องหู ซึ่งจะก่อให้เกิดความอับชื้นได้ง่ายกว่าสุนัขพันธุ์หูตั้งอื่น ๆ ยกตัวอย่าง เช่น สุนัขสายพันธุ์ บีเกิ้ล, โกลเด้น ริทรีฟเวอร์, ลาบราดอร์ ริทริฟเวอร์, คาวาเลียร์ คิง ชาลร์ สแปเนียล เป็นต้น

2. สิ่งแวดล้อมก่อให้เกิดภูมิแพ้

ในธรรมชาติเองก็มีสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้มากมาย ทั้งไรฝุ่น และละอองเกสร มักพบได้ในสัตว์เลี้ยงที่อายุ 6 เดือนถึง 3 ปี นำมาซึ่งอาการคันอวัยวะในร่างกายที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนที่บอบบางอย่างใบหู และอาจลามไปส่วนอื่น อย่างเช่น บริเวณปาก รอบดวงตา หรือข้อพับส่วนต่าง ๆ เป็นต้น บางรายอาจมีอาการร่วมอื่น ๆ ทั้งอาการบวมแดง และตุ่มหนอง ซึ่งอาการมักจะขึ้นกับปริมาณของสารก่อภูมิแพ้ที่สุนัขแพ้

3. สิ่งแปลกปลอมในรูหู

การพบสิ่งแปลกปลอมในรูหู อาจจะเป็นได้ทั้ง เศษหญ้า ดิน แม้กระทั่งสำลีจากคอตตอนบัดที่ใช้เช็ดหูของสุนัขเองก็ตาม ซึ่งหากพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในร่างกายสุนัข โดยที่เจ้าของไม่สามารถหยิบออกให้ได้ ควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน

4. การติดเชื้อภายในช่องหู

สามารถพบได้ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อยีสต์ และไรในหู เกิดจากความอับชื้นภายในช่องหู ทำให้สุนัขมีอาการคันหูมาก หากเจ้าของพบว่าสุนัขมีขี้หูเพิ่มขึ้น หรือช่องหูมีกลิ่นเหม็น ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการติดเชื้อและรับยารักษาตามสาเหตุของโรค

การติดเชื้อภายในช่องหู

5. โรคภูมิแพ้อาหาร

หลายคนอาจสงสัยว่า “กินลงท้อง ทำไมไปคันที่หู?” คำตอบคือ โรคภูมิแพ้อาหาร (Food Allergy) เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของสุนัข “เข้าใจผิด” คิดว่าโปรตีนบางชนิดในอาหาร (เช่น ไก่, เนื้อวัว) หรือกลูเตนจากธัญพืช (ข้าวโพด, ข้าวสาลี) เป็นศัตรู ร่างกายจึงสร้างปฏิกิริยาต่อต้านและหลั่งสารอักเสบออกมา ซึ่งมักไปแสดงผลที่ผิวหนังจุดที่บอบบางที่สุดอย่าง ใบหูและช่องหู ทำให้เกิดอาการแดง คัน และติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ง่าย

การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงไม่ใช่แค่การทายา แต่คือการเปลี่ยนอาหาร เพื่อตัดวงจรการแพ้และเสริมเกราะป้องกันผิวหนัง เราขอแนะนำ เพอร์เฟคต้า แคร์ สูตรบำรุงขนและผิวหนัง (Skin & Coat Care) ที่ออกแบบมาเพื่อกู้คืนสุขภาพผิวโดยเฉพาะ

  • ลดการแพ้: ใช้แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย และปราศจากธัญพืช (Grain Free) ที่มักเป็นสาเหตุหลักของการแพ้ในสุนัข
  • ลดอักเสบและหยุดคัน: อัดแน่นด้วยกรดไขมันจำเป็น Omega 3 & 6 จากน้ำมันปลาแซลมอน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดรอยแดงที่ผิวหนัง
  • ฟื้นฟูโครงสร้างผิว: เสริม Zinc, Copper และ Vitamin B Complex ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวใหม่และเสริมความแข็งแรงให้ผิวหนังกลับมาเป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคได้อีกครั้ง

การจัดการดูแลความสะอาดของหูสุนัข

นอกจากการเปลี่ยนอาหาร การดูแลสุขอนามัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เจ้าของควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

1. การล้างหูที่ถูกวิธี (Ear Cleaning)

  • ความถี่: เช็ดทำความสะอาดหูสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (หากมีการติดเชื้อ แพทย์อาจแนะนำให้ทำทุกวัน)
  • อุปกรณ์: น้ำยาล้างหูสำหรับสุนัข (Ear Cleaner), สำลีแผ่น
  • ข้อห้าม: ห้ามใช้ก้านสำลี (Cotton bud) แหย่ลงไปในรูหูเด็ดขาด เพราะจะดันขี้หูให้ลงไปลึกกว่าเดิมและอาจกระแทกแก้วหู
  • วิธีทำ: เทน้ำยาล้างหูลงในช่องหู -> นวดโคนหูเบาๆ 20-30 วินาที ให้ขี้หูละลาย -> ปล่อยให้สุนัขสะบัดหัว -> ใช้สำลีเช็ดเฉพาะใบหูส่วนนอกให้แห้ง

2. การควบคุมความชื้น

ความชื้นคือศัตรูตัวร้ายที่ทำให้เชื้อยีสต์และแบคทีเรียเจริญเติบโต หลังอาบน้ำ หรือหลังสุนัขไปว่ายน้ำ ต้องเช็ดหูให้แห้งสนิททุกครั้ง

3. การเสริมภูมิคุ้มกัน (Immunity Boosting)

ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจะช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคได้ อาหารที่มี Prebiotics (FOS, MOS) จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิวหนัง (Gut-Skin Axis)

เมื่อเราได้ทราบถึงสาเหตุมากมายที่อาจทำให้สุนัขคันหู ดังนั้นเราต้องหมั่นสังเกตและดูแลสุนัขอย่างสม่ำเสมอ ทั้งพฤติกรรม สิ่งที่สุนัขรับประทาน ไปจนถึงสิ่งแปลกปลอมที่อาจมาทำร้ายน้องได้ เพื่อให้ลูกรักของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และอยู่กับเราไปนาน ๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมาคันหู

Q1: หมาคันหู ใช้ยาม่วงทาได้ไหม?

A: ไม่แนะนำ ยาม่วงอาจช่วยฆ่าเชื้อราได้บ้าง แต่ไม่สามารถรักษาไรในหูหรือการติดเชื้อแบคทีเรียลึกๆ ได้ อีกทั้งสีของยาจะบดบงรอยโรค ทำให้สัตวแพทย์วินิจฉัยยากขึ้น ควรใช้น้ำยาล้างหูและยาหยอดหูสำหรับสุนัขโดยเฉพาะจะปลอดภัยกว่า

Q2: เปลี่ยนอาหารแล้ว กี่วันถึงจะหายคัน?

A: การฟื้นฟูผิวหนังและลดอาการแพ้ด้วยอาหาร ต้องใช้เวลาสะสมสารอาหารในร่างกาย โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องขนร่วงลดลงใน 3-4 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเรื่องอาการคันลดลงใน 6-8 สัปดาห์ ควรทานต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว

Q3: ต้องถอนขนหูไหม?

A: สำหรับสุนัขบางสายพันธุ์ที่มีขนในหูเยอะ (เช่น พุดเดิ้ล) การถอนขนหูอาจช่วยระบายอากาศและลดความอับชื้นได้ แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบ หากสุนัขไม่มีปัญหาหูเหม็น ไม่จำเป็นต้องถอนครับ


อ้างอิงจาก

  • petnsur.2012.petnsur[Internet]. Does Your Dog Have Itchy Ears?. accessible from:https://www.petnsur.co.nz/does-your-dog-have-itchy-ears.
  • Lisa Selvaggio.2022.greatpetcare[Internet]. 5 Reasons Your Dog Has Itchy Ears. Accessible from:https://www.greatpetcare.com/dog-health/dog-has-itchy-ears/.
  • The Vetstreet Team.2011.vetstreet[Internet]. My Pet Has Itchy Ears. What’s Going On?. Accessible from:https://www.vetstreet.com/care/my-pet-has-itchy-ears-whats-going-on.
  • Doctor Ron.2018.drronsanimalhospitalsimivalley[Internet]. Does Your Dog Have Itchy Ears?. Accessible from:https://www.drronsanimalhospitalsimivalley.com/blog/does-your-dog-have-itchy-ears/#:~:text=The%20most%20common%20reason%20for,foreign%20bodies%2C%20or%20yeast%20buildup..

บทความน่าสนใจ

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญแมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? เช็กวัยติดสัดและวิธีป้องกันท้องไม่พร้อม

แมวตัวเมียสามารถเริ่มตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน หากเริ่มเข้าสู่ช่วงเป็นสัดและผสมพันธุ์กับแมวตัวผู้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แมวส่วนใหญ่มักเริ่มเป็นสัดครั้งแรกในช่วงอายุประมาณ 5–9 เดือน ซึ่งอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสายพันธุ์ น้ำหนัก สุขภาพ และสภาพแวดล้อม แม้แมวอายุยังน้อยและมีรูปร่างเหมือนลูกแมว แต่ก็สามารถตั้งท้องได้แล้ว ดังนั้นบ้านที่เลี้ยงแมวตัวผู้และตัวเมียร่วมกันควรเริ่มแยกแมวตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน พร้อมปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องช่วงเวลาทำหมันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการตั้งท้องโดยไม่พร้อม สารบัญเนื้อหา แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? ปัจจัยที่ทำให้แมวเป็นสัดเร็วหรือช้า สัญญาณว่าแมวเริ่มติดสัด แมวท้องได้ แปลว่าร่างกายพร้อมมีลูกแล้วหรือไม่? แมวผสมครั้งเดียวท้องได้ไหม? 6 ขั้นตอนเตรียมตัวหากสงสัยว่าแมวเพิ่งผสม วิธีสังเกตว่าแมวตั้งท้อง ระยะตั้งท้องของแมว 4 วิธีป้องกันแมวท้องไม่พร้อม วิธีดูแลสุขภาพแมวตั้งท้อง อาหารที่เหมาะสำหรับแม่แมวตั้งท้อง อาการแม่แมวท้องที่ควรรีบพบสัตวแพทย์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุและการตั้งท้องของแมว เอกสารอ้างอิง แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? แมวตัวเมียบางตัวอาจเริ่มเป็ […]

สายพันธุ์และการเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ นิสัย ลักษณะ วิธีเลี้ยง และโรคที่ควรรู้

แมวแร็กดอลล์ หรือ Ragdoll เป็นแมวขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นคือขนกึ่งยาวนุ่ม ดวงตาสีฟ้า และนิสัยสงบ เป็นมิตร ชอบอยู่ใกล้เจ้าของ แม้จะดูแลด้านพฤติกรรมไม่ยาก แต่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจเรื่องการแปรงขน การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สารบัญเนื้อหา แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ ขนาดและน้ำหนักของแมวแร็กดอลล์ ราคาเฉลี่ยของแมวแร็กดอลล์ นิสัยของแมวแร็กดอลล์ 4 วิธีเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ให้สุขภาพดี โรคและปัญหาสุขภาพที่ควรระวัง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวแร็กดอลล์ เอกสารอ้างอิง แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? แมวแร็กดอลล์เป็นสายพันธุ์แมวที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1960 โดยชื่อ Ragdoll มาจากลักษณะของแมวบางตัวที่ผ่อนคลายร่างกายเมื่อถูกอุ้ม คล้ายตุ๊กตาผ้า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แมวแร็กดอลล์ทุกตัวจะชอบถูกอุ้ม ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตภาษากายและไม่ฝืนจับหากแมวแสดงอาการไม่สบายใจ ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ แมวแร็กดอลล์มีโครงสร้างร่างกายค่อนข้างใหญ่ แข็งแรง และใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตเต็มที่ ลักษณะที่พบได้บ่อย ได้แก่ ลำตัวยาวและช่วงอกกว้าง กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ศีรษะทรงลิ่มแบบกว้าง ดว […]

สายพันธุ์และการเลี้ยงบูลด็อก (Bulldog) นิสัยเป็นอย่างไร? วิธีเลี้ยงและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

บูลด็อก (Bulldog) หรือที่บางคนค้นหาว่า “บลูด็อก” เป็นสุนัขขนาดกลางที่มีใบหน้าสั้น ศีรษะกว้าง ลำตัวแน่น และรอยย่นบริเวณใบหน้า แม้รูปลักษณ์จะดูแข็งแรงและจริงจัง แต่โดยทั่วไปมีนิสัยอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และผูกพันกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม บูลด็อกไม่ใช่สุนัขที่ดูแลง่ายทั้งหมด เพราะโครงสร้างหน้าสั้นทำให้เสี่ยงต่อปัญหาการหายใจ ความร้อน ผิวหนัง ดวงตา น้ำหนัก และข้อต่อ ผู้ที่สนใจเลี้ยงจึงควรพิจารณาทั้งนิสัย รูปแบบการใช้ชีวิต และความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ สารบัญเนื้อหา บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? ลักษณะทั่วไปของบูลด็อก นิสัยของบูลด็อก บูลด็อกเหมาะสำหรับ การออกกำลังกายและการฝึก 3 วิธีการดูแลบูลด็อกอย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว โรคและปัญหาสุขภาพที่ต้องระวัง สัญญาณที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนรับบูลด็อกมาเลี้ยง ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนเลี้ยง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบูลด็อก เอกสารอ้างอิง บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? บูลด็อก หรือ English Bulldog เป็นสุนัขขนาดกลางจากประเทศอังกฤษ มีลำตัวเตี้ยแน่น อกกว้าง ขาสั้น ขนสั้น และใบหน้ามีรอยพับ สามารถเลี้ยงในบ้านหรือคอนโด […]