
สุนัขเบื่ออาหาร แค่เลือกกินหรือกำลังป่วย? เช็กสัญญาณเตือนพร้อมวิธีรับมือ
สุขภาพของสัตว์เลี้ยงสำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขคงเคยเจออาการสุนัขเบื่ออาหาร ซึ่งเป็นอะไรที่ทรมานใจคนเลี้ยงมาก ๆ แถมไม่รู้จะแก้ปัญหาด้วยวิธีใด สุดท้ายเลยต้องตามใจสุนัขให้ทานอาหารมนุษย์หรืออาหารสุนัขตามที่สุนัขต้องการ ซึ่งไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด ซ้ำยังอาจสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับสุนัขด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเบื่ออาหารควรจะต้องสังเกตอาการเพิ่มเติมก่อนจะแก้ไขปัญหา เนื่องจากมันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหลาย ๆ อย่างได้นอกเหนือจากแค่เบื่ออาหารสุนัขทั่วไป บทความนี้เราได้รวมสาเหตุหลักที่ทำให้หมาเบื่ออาหารและรวมวิธีการแก้ไขพร้อมป้องกันให้น้องหมากลับมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
6 สาเหตุหลักของอาการหมาเบื่ออาหาร
1. ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน
บางครั้งปัญหาเหงือกและฟันของสุนัข ไม่ว่าจะปัญหาเหงือกอักเสบ, ฟันผุ หรือแผลในปากน้องหมา ก็เป็นสาเหตุให้สุนัขเกิดอาการก้าวร้าว หงุดหงิด และเลือกที่จะไม่กินอาหารได้
วิธีการสังเกต : หมามีอาการอยากกินอาหารแต่ทำไม่ได้ หรือ การเคี้ยวอาหารข้างเดียว รวมถึงอาหารร่วงจากปากเป็นประจำเวลากินข้าว
2. ความเครียด
ความเครียดเป็นปัจจัยสำคัญของการไม่กินอาหาร สามารถเกิดได้จากการเดินทางหรือย้ายที่อยู่ใหม่เป็นสิ่งที่ทำให้สุนัขเกิดความไม่คุ้นเคย กังวล หรือไม่ร่าเริงมากนัก รวมถึงเสียงดังจากพลุ ฟ้าผ่า หรือเสียงก่อสร้างก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดหนักจนทำให้ไม่อยากกินอาหาร เก็บตัว และหลบตามมุมต่างๆ นั้นเอง
วิธีการสังเกต : มีอาการเก็บตัว หลบตามมุมห้อง หรือที่แคบ ไม่กินอาหาร หรือขยับตัว รวมถึงอาการตัวสั่นกลัว
3. นิสัยเลือกกิน
สำหรับสุนัขที่มีนิสัยเลือกกินอยู่แล้ว การให้อาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ มากไป อาจทำให้สุนัขเลือกที่จะไม่กินข้าวที่เคยกินตามปกติหรือกินน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ไม่มีปัญหาในด้านอารมณ์ใดๆ รวมถึงปัญหาที่เจ้าของให้กินอาหารคน หรือ ขนม บ่อยเกินไปจนทำให้น้องหมาเคยชินและรอแต่จะกินอาหารที่อร่อยเท่านั้น
วิธีการสังเกต : ร่าเริงและได้เล่นตามปกติ ไม่มีอาการซึม และเมื่อลองเปลี่ยนอาหารหรือให้กินขนมหมาสามารถกลับมากินได้ตามปกติ
4. อาการเจ็บป่วยจากภายใน
หากสุนัขเบื่อหรือไม่กินอาหารติดต่อกันเกิน 2-3 วัน บวกกับมีอาการเซื่องซึม ไม่ร่าเริง อย่างแรกให้สังเกตสีและลักษณะของอุจจาระสุนัข เช่น หากน้องเป็นโรคเกี่ยวกับการอาการอักเสบในกระเพาะอาหาร ลำไส้และระบบย่อยอาหาร จะทำให้เกิดความเจ็บปวดและย่อยอาหารไม่ได้ รวมถึงโรคไต, โรคตับ, การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือพยาธิในเม็ดเลือด มักทำให้สุนัขไม่อยากอาหารและมีอาการซึมร่วมด้วย
วิธีการสังเกต : ไม่กินอาหาร ซึม อาเจียน ท้องเสีย น้ำหนักลดไวผิดปกติ วิธีเช็คง่ายๆคือ ลองยื่นขนมที่น้องหมาชอบที่สุด หากไม่กิน เมินหนี แปลว่าต้องมีอาการป่วยใดๆจากภายในอย่างแน่นอน
5. เบื่ออาหาร รสชาติอาหารไม่ถูกปาก
ปัญหาจากอาหารสดที่ปรุงมากเกิน อาหารเม็ดที่ใหญ่และหยาบ มีสารแปลกปลอม หรือคุณภาพแย่ก็ส่งผลต่อการกินอาหารได้ รวมถึงกลิ่นอาหารที่มีกลิ่นหืน หายหอมเพราะเก็บไว้นานเกิน
วิธีการสังเกต : ยังมีกินอาหารอยู่ แต่กินน้อยลง พยายามดมอาหารเป็นประจำเวลากิน
6. ช่วงอายุ
เมื่ออายุมากขึ้น ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นและการรับรสจะเสื่อมถอยลง ทำให้ความอยากอาหารลดลง นอกจากนี้สุนัขแก่อาจมีภาวะสมองเสื่อมในสัตว์ (Cognitive Dysfunction) ทำให้ลืมเวลากินข้าว หรือมีอาการเจ็บข้อต่อจนขี้เกียจลุกมาที่ชามอาหาร
วิธีการสังเกต : น้องหมามีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป เคี้ยวอาหารช้าลง ขยับตัวลำบาก
วิธีแก้ไขเมื่อสุนัขเบื่ออาหาร
สุนัขเบื่ออาหาร ทานน้อย ไม่ยอมทาน อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหรือไปกระตุ้นให้เกิดป่วยได้ดังนั้นเราควรรีบแก้ไขให้น้องหมากลับมากินอาหารให้ได้ไวที่สุด ด้วย 3 วิธีดังนี้ :
1. ปรับเปลี่ยนเนื้อสัมผัสและกลิ่น
ข้อนี้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเบื่ออาหารได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะน้องหมาที่เลือกกิน เบื่อจากรสชาติอาหาร รวมถึงน้องหมาแก่ที่เคี้ยวอาหารยาก เราขอแนะนำ Perfecta Soft & Meaty อาหารสุนัขนวัตกรรมใหม่ ที่เม็ดอาหารมีความนุ่ม เนื้อสัมผัสและรสชาติที่มีกลิ่นหอม อร่อย กว่าอาหารเม็ดทั่วไป แต่คุณค่าทางโภชนาการยังครบถ้วนสมดุล เนื่องจากมีส่วนผสมหลัก จากเนื้อแท้ ๆ และใช้วัตถุดิบที่คัดสรรจากธรรมชาติ สะอาดปลอดภัย ให้น้องหมาเอร็ดอร่อย สนุก ตื่นเต้นกับทุกมื้ออาหารของเขา
2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
เริ่มฝึกให้อาหารเป็นเวลาเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและสังเกตอาการอื่นๆเพิ่มเติม จะช่วยลดการเลือกการรวมถึงสร้างความเคยชินให้กับน้องหมาลดความเครียดกับสถานที่ต่างๆ ข้อควรระวังคือ ในช่วงที่ปรับพฤติกรรม ต้องงดให้ขนม (Treats) ทุกชนิด เพื่อให้สุนัขมีความหิวมากพอที่จะยอมรับอาหารหลักในชาม
3. การดูแลตามช่วงอายุ
สำหรับหมาแก่ควรตรวจเลือดเช็กค่าตับและไตอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพราะอาการเบื่ออาหารในหมาแก่มักโยงกับโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ควรปรับระดับชามอาหารให้สูงพอดีระดับอก เพื่อให้สุนัขไม่ต้องก้มจนปวดกระดูกสันหลังขณะกิน
วิธีการป้องกันลดโอกาสการเกิดโรค
การป้องกันนั้นไม่ใช่แค่ให้กลับมากินได้แต่ยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรค หรือ ช่วยให้เราสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ เพราะอาการหมาเบื่ออาหารบางทีไม่ใช่อาการทั่วไปแต่เป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงนั้นเอง
1. สังเกตสัญญาณพร้อมตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เจ้าของควรจดบันทึกปริมาณการกินของน้องในแต่ละวัน โดยเฉพาะที่หมาที่เริ่มมีอายุควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากพบว่ากินน้อยลงติดต่อกันพร้อมกับมีอาการ ซึม, อาเจียน, หรือเหงือกมีสีซีด/ม่วงคล้ำ ให้รีบนำส่งสัตวแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง
2. การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่อง
หมั่นแปรงฟันให้สุนัขอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดคราบหินปูนอย่าง DOG n joy Dentcare เป็นประจำหลังมื้ออาหาร เพื่อป้องกันอาการเหงือกอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้น้องหมากลัวการกินข้าว
การแก้ปัญหาหมาเบื่ออาหารไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอาหารไปเรื่อยๆ หน้าที่ของเจ้าของคือการสังเกตว่ามันคือ อาการป่วย หรือ อาการงอน หากน้องยังมีท่าทางร่าเริงแต่เลือกกิน การปรับเปลี่ยนคุณภาพอาหารมาเป็นเกรดพรีเมียมที่มีความนุ่มและกลิ่นหอมอย่าง Perfecta อาจเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่หากมีอาการซึมร่วมด้วย การปรึกษาสัตวแพทย์คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเพื่อนสี่ขาของเรา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสุนัขเบื่ออาหาร
Q: สุนัขไม่กินข้าวกี่วันถึงจะเป็นอันตราย?
A: สำหรับสุนัขโตแข็งแรง ไม่ควรปล่อยให้ไม่กินอาหารเกิน 48 ชั่วโมง แต่สำหรับลูกสุนัขหรือหมาแก่ หากไม่กินอาหารเพียง 12-24 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์ทันทีเนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
Q: ทำไมหมาชอบกินหญ้าเวลาเบื่ออาหาร?
A: มักเกิดจากสุนัขรู้สึกไม่สบายท้อง (Indigestion) การกินหญ้าจะช่วยกระตุ้นการอาเจียนเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมหรือลดกรดในกระเพาะออกไป
Q: เปลี่ยนยี่ห้ออาหารบ่อย ๆ ดีไหม?
A: ไม่แนะนำให้เปลี่ยนบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวไม่ทัน ควรเลือกยี่ห้อที่คุณภาพสูงและน้องชอบตั้งแตแรกเริ่ม หากต้องเปลี่ยนควรใช้วิธีค่อย ๆ ผสมอาหารใหม่ลงในอาหารเดิม
อ้างอิงจาก
- Candyx. 2010. น้องหมากินยาก เบื่ออาหาร … ปัญหาสุดหนักใจกับวิธีจัดการที่ได้ผล ! [Internet]. accessible https://www.dogilike.com/content/caring/4847/
- ADMINPETSHOP. 2020. สุนัขไม่ยอมทานอาหาร เกิดจากอะไรได้บ้าง ? [Internet]. accessible https://thonglorpetshop.com/archives/9203
บทความน่าสนใจ

แมวตัวเมียสามารถเริ่มตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน หากเริ่มเข้าสู่ช่วงเป็นสัดและผสมพันธุ์กับแมวตัวผู้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แมวส่วนใหญ่มักเริ่มเป็นสัดครั้งแรกในช่วงอายุประมาณ 5–9 เดือน ซึ่งอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสายพันธุ์ น้ำหนัก สุขภาพ และสภาพแวดล้อม แม้แมวอายุยังน้อยและมีรูปร่างเหมือนลูกแมว แต่ก็สามารถตั้งท้องได้แล้ว ดังนั้นบ้านที่เลี้ยงแมวตัวผู้และตัวเมียร่วมกันควรเริ่มแยกแมวตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน พร้อมปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องช่วงเวลาทำหมันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการตั้งท้องโดยไม่พร้อม สารบัญเนื้อหา แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? ปัจจัยที่ทำให้แมวเป็นสัดเร็วหรือช้า สัญญาณว่าแมวเริ่มติดสัด แมวท้องได้ แปลว่าร่างกายพร้อมมีลูกแล้วหรือไม่? แมวผสมครั้งเดียวท้องได้ไหม? 6 ขั้นตอนเตรียมตัวหากสงสัยว่าแมวเพิ่งผสม วิธีสังเกตว่าแมวตั้งท้อง ระยะตั้งท้องของแมว 4 วิธีป้องกันแมวท้องไม่พร้อม วิธีดูแลสุขภาพแมวตั้งท้อง อาหารที่เหมาะสำหรับแม่แมวตั้งท้อง อาการแม่แมวท้องที่ควรรีบพบสัตวแพทย์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุและการตั้งท้องของแมว เอกสารอ้างอิง แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? แมวตัวเมียบางตัวอาจเริ่มเป็ […]

แมวแร็กดอลล์ หรือ Ragdoll เป็นแมวขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นคือขนกึ่งยาวนุ่ม ดวงตาสีฟ้า และนิสัยสงบ เป็นมิตร ชอบอยู่ใกล้เจ้าของ แม้จะดูแลด้านพฤติกรรมไม่ยาก แต่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจเรื่องการแปรงขน การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สารบัญเนื้อหา แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ ขนาดและน้ำหนักของแมวแร็กดอลล์ ราคาเฉลี่ยของแมวแร็กดอลล์ นิสัยของแมวแร็กดอลล์ 4 วิธีเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ให้สุขภาพดี โรคและปัญหาสุขภาพที่ควรระวัง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวแร็กดอลล์ เอกสารอ้างอิง แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? แมวแร็กดอลล์เป็นสายพันธุ์แมวที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1960 โดยชื่อ Ragdoll มาจากลักษณะของแมวบางตัวที่ผ่อนคลายร่างกายเมื่อถูกอุ้ม คล้ายตุ๊กตาผ้า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แมวแร็กดอลล์ทุกตัวจะชอบถูกอุ้ม ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตภาษากายและไม่ฝืนจับหากแมวแสดงอาการไม่สบายใจ ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ แมวแร็กดอลล์มีโครงสร้างร่างกายค่อนข้างใหญ่ แข็งแรง และใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตเต็มที่ ลักษณะที่พบได้บ่อย ได้แก่ ลำตัวยาวและช่วงอกกว้าง กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ศีรษะทรงลิ่มแบบกว้าง ดว […]

บูลด็อก (Bulldog) หรือที่บางคนค้นหาว่า “บลูด็อก” เป็นสุนัขขนาดกลางที่มีใบหน้าสั้น ศีรษะกว้าง ลำตัวแน่น และรอยย่นบริเวณใบหน้า แม้รูปลักษณ์จะดูแข็งแรงและจริงจัง แต่โดยทั่วไปมีนิสัยอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และผูกพันกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม บูลด็อกไม่ใช่สุนัขที่ดูแลง่ายทั้งหมด เพราะโครงสร้างหน้าสั้นทำให้เสี่ยงต่อปัญหาการหายใจ ความร้อน ผิวหนัง ดวงตา น้ำหนัก และข้อต่อ ผู้ที่สนใจเลี้ยงจึงควรพิจารณาทั้งนิสัย รูปแบบการใช้ชีวิต และความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ สารบัญเนื้อหา บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? ลักษณะทั่วไปของบูลด็อก นิสัยของบูลด็อก บูลด็อกเหมาะสำหรับ การออกกำลังกายและการฝึก 3 วิธีการดูแลบูลด็อกอย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว โรคและปัญหาสุขภาพที่ต้องระวัง สัญญาณที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนรับบูลด็อกมาเลี้ยง ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนเลี้ยง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบูลด็อก เอกสารอ้างอิง บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? บูลด็อก หรือ English Bulldog เป็นสุนัขขนาดกลางจากประเทศอังกฤษ มีลำตัวเตี้ยแน่น อกกว้าง ขาสั้น ขนสั้น และใบหน้ามีรอยพับ สามารถเลี้ยงในบ้านหรือคอนโด […]






