
5 วิธีทำให้สุนัขหายตัวร้อน ที่มือใหม่ควรรู้
สุขภาพของสัตว์เลี้ยงเมื่อเข้าสู่หน้าร้อนของประเทศไทย เจ้าของสุนัขหลายท่านมักกังวลเมื่อพบว่า “สุนัขตัวร้อน” หรือมีอาการหอบเหนื่อยผิดปกติ การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ภาวะตัวร้อนจากอากาศ (Hyperthermia) และ การเป็นไข้ (Fever) รวมถึงการรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง จะช่วยรักษาชีวิตสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณได้ เราได้รวมวิธีทำให้สุนัขหายตัวร้อนพร้อมวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดอาการตัวร้อนขึ้นอีกได้ในอนาคต
สุนัขตัวร้อนแค่ไหนถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”?
โดยธรรมชาติแล้ว สุนัขจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่ามนุษย์เล็กน้อย อุณหภูมิปกติของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 38.3 – 39.2 องศาเซลเซียส (101 – 102.5 องศาฟาเรนไฮต์) อาการตัวร้อนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเราควรแยกสาเหตุให้ออกเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี
วิธีสังเกตว่าหมาตัวร้อนเพราะอากาศหรือเพราะไม่สบาย
- ภาวะตัวร้อน (Hyperthermia/Heat Stroke): เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น อากาศร้อนจัด การออกกำลังกายกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่อับลม สุนัขจะหอบหนัก เหงือกแดงจัด และน้ำลายไหลยืด
- การเป็นไข้ (Fever): เกิดจากปัจจัยภายใน เช่น การติดเชื้อ การอักเสบ หรือได้รับสารพิษ สุนัขมักจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร และตัวสั่นร่วมด้วย
5 วิธีปฐมพยาบาลเมื่อสุนัขตัวร้อน (เร่งด่วน)
หากพบว่าสุนัขมีอาการตัวร้อนจัดจากอากาศ ให้รีบทำตามขั้นตอนดังนี้
1. ย้ายเข้าที่ร่มและอากาศถ่ายเท
นำสุนัขออกจากบริเวณที่ร้อนจัดทันที เปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ แต่ไม่ควรจ่อพัดลมใส่ตัวโดยตรงหากอากาศร้อนมาก เพราะอาจเป็นการเป่าลมร้อนเข้าหาตัว
2. เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง
ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดบริเวณ อุ้งเท้า ขาหนีบ รักแร้ และใต้คาง ซึ่งเป็นจุดที่มีเส้นเลือดใหญ่และช่วยระบายความร้อนได้ดีที่สุด
3. ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด
การใช้น้ำเย็นจัดจะทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความร้อนภายในร่างกายระบายออกมาไม่ได้ และอาจทำให้สุนัขช็อกได้
4. ให้ดื่มน้ำสะอาดทีละน้อย
หากสุนัขยังรู้สึกตัว ให้ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องบ่อย ๆ แต่ห้ามบังคับป้อนหากสุนัขซึมมาก เพราะอาจสำลักเข้าปอดได้
5. งดใช้ยาพาราเซตามอลเด็ดขาด
ยาลดไข้ของคนเป็นพิษร้ายแรงต่อสุนัข อาจทำให้ตับวายและเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
วิธีป้องกันไม่ให้สุนัขตัวร้อนในระยะยาว
1. เตรียมน้ำสะอาดไว้ให้น้องตลอดเวลา
วิธีการคลายความร้อนที่เป็นธรรมชาติของสุนัข คือการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และต้องไม่ลืมเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มักจะเติบโตได้ดีในอากาศร้อน ซึ่งอาจทำให้ท้องร่วงได้ หากอากาศร้อนจัดสามารถให้เป็นน้ำเย็นได้ แต่ไม่ควรให้เป็นน้ำแข็งเนื่องจากอาจส่งผลต่อฟันและเหงือกของสุนัขได้
2. จัดเตรียมที่ร่มหลบแดด ลมผ่าน และมีอากาศเย็นไว้ให้สุนัข
อย่างแรกการไหลเวียนของอากาศจะช่วยระบายความร้อนได้อย่างดี กรณีที่สุนัขอยู่ในกรง สามารถนำผ้าชุบน้ำเย็น บิดหมาด คลุมไว้เหนือกรงได้ ไอเย็นจะเคลื่อนตัวลงมาที่กรง ซึ่งปลอดภัยกว่าวิธีใช้แอร์หรือพัดลมจ่อโดยตรง ต่อมาเป็นการหาที่นอนเย็นๆให้สุนัข เช่น นำอ่างดินเผาที่มีคุณสมบัตรนำความเย็นไปแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน เช็ดให้แห้ง และนำมาวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ให้สุนัขนอนเล่นได้ หรือปัจจุบันก็มีแผ่นรองนอน หรือ Cooling Pad จำหน่าย สามารถเอามาปูวางให้นอนได้
3. ตัดแต่งขนสุนัขให้เหมาะกับอากาศร้อน
สำหรับสุนัขที่มีขนยาว บางครั้งอาจต้องตัด หรือเล็มขนบ้างให้น้องระบายความร้อนได้ดีขึ้น พาสุนัขไปเล่นน้ำ อย่างที่ทราบดีว่าการว่ายน้ำมีประโยชน์ต่อสุนัขมาก ทั้งคลายเครียด ทำให้สุนัขอารมณ์ดี และทำให้น้องได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ ไม่เจ็บข้อเข่า นอกจากนั้น การเล่นน้ำหรือว่ายน้ำ ยังช่วยระบายความร้อนให้น้องได้อย่างมาก อย่างไรเราแนะนำให้สุนัขอยู่ในการดูแลจากเจ้าของตลอดเวลา ไม่ให้น้องเล่นน้ำที่ลึกจนเกินไป และไม่เล่นนานเกินไปเพราะอาจจะทำให้สุนัขป่วยได้
4. โภชนาการที่เหมาะสม
เลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เช่น DOG n joy Complete อาหารสุนัขที่ถูกคิดค้นและพัฒนาโดยสัตวแพทย์และนักโภชนาการอาหารสัตว์ในเครือเบทาโกร ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 10 ชนิด ยกทัพมากับ Omega 3,6,9 ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้น้องแข็งแรง อารมณ์ดี พร้อมลุยได้ทุกฤดู จะร้อนจะหนาวก็เข้ามาได้เลย!
อาการหมาตัวร้อนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุแต่เป็นได้ในทุกวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องแยกสาเหตุของตัวร้อนให้ได้ก่อนว่ามาจากอากาศหรืออาการไม่สบายกันแน่ หากตัดสินใจพลาดอาจจะทำให้อาการทรุดหนักลงได้ วิธีทำให้สุนัขหายตัวร้อน สำหรับระยะยาวนั้นเราควรจัดบริเวณที่พักอาศัยให้เหมาะสมกับน้องหมาและกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีทำให้สุนัขหายตัวร้อน
Q1: สุนัขตัวร้อนกินยาอะไรได้บ้าง?
A: ห้ามซื้อยากินเองเด็ดขาด โดยเฉพาะพาราเซตามอล หากสุนัขมีไข้ควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้จ่ายยาที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เท่านั้น
Q2: พัดลมช่วยลดความร้อนให้สุนัขได้จริงไหม?
A: ช่วยได้หากอากาศไม่ร้อนจนเกินไป แต่สุนัขระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้น้อย พัดลมจึงช่วยได้ไม่ดีเท่ามนุษย์ การเช็ดตัวร่วมด้วยจึงเห็นผลกว่า
Q3: ทำไมสุนัขพันธุ์หน้าสั้นถึงทนร้อนไม่ได้?
A: เพราะมีช่องจมูกและทางเดินหายใจที่สั้น ทำให้การหอบเพื่อระบายความร้อนทำได้ลำบากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น
อ้างอิงจาก
- Conaboy, Kelly. 2019. The Cut [Internet]. ”Do Fans Work on Dogs?”. accessible from: https://www.thecut.com/2019/07/do-fans-work-to-cool-off-dogs.html#.
- DiLonardo, Mary Jo. 2018. Pets WebMD [Internet]. How to Keep Your Dog Cool in the Summer. accessible from: https://pets.webmd.com/dogs/features/dog-cool-summer#1.
- Dr. Mike Paul, DVM. 2016. pethealthnetwork [Internet]. 8 Tips to Cool Your Dog on a Hot Summer Day. accessible from: https://www.pethealthnetwork.com/dog-health/dog-checkups-preventive-care/8-tips-cool-your-dog-a-hot-summer-day.
บทความน่าสนใจ

แมวตัวเมียสามารถเริ่มตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน หากเริ่มเข้าสู่ช่วงเป็นสัดและผสมพันธุ์กับแมวตัวผู้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แมวส่วนใหญ่มักเริ่มเป็นสัดครั้งแรกในช่วงอายุประมาณ 5–9 เดือน ซึ่งอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ตามสายพันธุ์ น้ำหนัก สุขภาพ และสภาพแวดล้อม แม้แมวอายุยังน้อยและมีรูปร่างเหมือนลูกแมว แต่ก็สามารถตั้งท้องได้แล้ว ดังนั้นบ้านที่เลี้ยงแมวตัวผู้และตัวเมียร่วมกันควรเริ่มแยกแมวตั้งแต่อายุประมาณ 4 เดือน พร้อมปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องช่วงเวลาทำหมันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการตั้งท้องโดยไม่พร้อม สารบัญเนื้อหา แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? ปัจจัยที่ทำให้แมวเป็นสัดเร็วหรือช้า สัญญาณว่าแมวเริ่มติดสัด แมวท้องได้ แปลว่าร่างกายพร้อมมีลูกแล้วหรือไม่? แมวผสมครั้งเดียวท้องได้ไหม? 6 ขั้นตอนเตรียมตัวหากสงสัยว่าแมวเพิ่งผสม วิธีสังเกตว่าแมวตั้งท้อง ระยะตั้งท้องของแมว 4 วิธีป้องกันแมวท้องไม่พร้อม วิธีดูแลสุขภาพแมวตั้งท้อง อาหารที่เหมาะสำหรับแม่แมวตั้งท้อง อาการแม่แมวท้องที่ควรรีบพบสัตวแพทย์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุและการตั้งท้องของแมว เอกสารอ้างอิง แมวอายุเท่าไหร่ถึงท้องได้? แมวตัวเมียบางตัวอาจเริ่มเป็ […]

แมวแร็กดอลล์ หรือ Ragdoll เป็นแมวขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นคือขนกึ่งยาวนุ่ม ดวงตาสีฟ้า และนิสัยสงบ เป็นมิตร ชอบอยู่ใกล้เจ้าของ แม้จะดูแลด้านพฤติกรรมไม่ยาก แต่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจเรื่องการแปรงขน การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สารบัญเนื้อหา แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ ขนาดและน้ำหนักของแมวแร็กดอลล์ ราคาเฉลี่ยของแมวแร็กดอลล์ นิสัยของแมวแร็กดอลล์ 4 วิธีเลี้ยงแมวแร็กดอลล์ให้สุขภาพดี โรคและปัญหาสุขภาพที่ควรระวัง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแมวแร็กดอลล์ เอกสารอ้างอิง แมวแร็กดอลล์ คืออะไร? แมวแร็กดอลล์เป็นสายพันธุ์แมวที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1960 โดยชื่อ Ragdoll มาจากลักษณะของแมวบางตัวที่ผ่อนคลายร่างกายเมื่อถูกอุ้ม คล้ายตุ๊กตาผ้า อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แมวแร็กดอลล์ทุกตัวจะชอบถูกอุ้ม ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตภาษากายและไม่ฝืนจับหากแมวแสดงอาการไม่สบายใจ ลักษณะของแมวแร็กดอลล์ แมวแร็กดอลล์มีโครงสร้างร่างกายค่อนข้างใหญ่ แข็งแรง และใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตเต็มที่ ลักษณะที่พบได้บ่อย ได้แก่ ลำตัวยาวและช่วงอกกว้าง กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง ศีรษะทรงลิ่มแบบกว้าง ดว […]

บูลด็อก (Bulldog) หรือที่บางคนค้นหาว่า “บลูด็อก” เป็นสุนัขขนาดกลางที่มีใบหน้าสั้น ศีรษะกว้าง ลำตัวแน่น และรอยย่นบริเวณใบหน้า แม้รูปลักษณ์จะดูแข็งแรงและจริงจัง แต่โดยทั่วไปมีนิสัยอ่อนโยน ซื่อสัตย์ และผูกพันกับครอบครัว อย่างไรก็ตาม บูลด็อกไม่ใช่สุนัขที่ดูแลง่ายทั้งหมด เพราะโครงสร้างหน้าสั้นทำให้เสี่ยงต่อปัญหาการหายใจ ความร้อน ผิวหนัง ดวงตา น้ำหนัก และข้อต่อ ผู้ที่สนใจเลี้ยงจึงควรพิจารณาทั้งนิสัย รูปแบบการใช้ชีวิต และความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ สารบัญเนื้อหา บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? ลักษณะทั่วไปของบูลด็อก นิสัยของบูลด็อก บูลด็อกเหมาะสำหรับ การออกกำลังกายและการฝึก 3 วิธีการดูแลบูลด็อกอย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว โรคและปัญหาสุขภาพที่ต้องระวัง สัญญาณที่ต้องรีบพบสัตวแพทย์ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนรับบูลด็อกมาเลี้ยง ข้อดีและข้อควรพิจารณาก่อนเลี้ยง บทสรุป คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบูลด็อก เอกสารอ้างอิง บูลด็อก คือสุนัขพันธุ์อะไร? บูลด็อก หรือ English Bulldog เป็นสุนัขขนาดกลางจากประเทศอังกฤษ มีลำตัวเตี้ยแน่น อกกว้าง ขาสั้น ขนสั้น และใบหน้ามีรอยพับ สามารถเลี้ยงในบ้านหรือคอนโด […]




